Pediatric: Acute abdominal pain

Pediatric: Acute abdominal pain

ซักประวัติและตรวจร่างกาย
  • ดูเรื่อง acute abdominal pain
  • การตรวจเด็กต้องอาศัยการสังเกต แยกระหว่าง peritoneal pain (นอนนิ่งๆ) และ obstructive pain (นอนบิดไปมาเพื่อหาท่าที่สบาย)
  • ดู คลำ เคาะ ฟัง ตรวจ diaper area หา testicular torsion, paraphimosis, hair tourniquet, hernia, imperforate hymen เพราะในเด็กเล็กอาจจะไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ส่วนในเด็กโตก็อาจจะไม่บอกเพราะรู้สึกอาย
  • PR หา gross หรือ occult blood, constipation, anogenital anomaly, inflammation
  • ประเมิน extra-abdominal cause ที่ทำให้มีอาการ abdominal pain ได้ เช่น pharyngitis, pneumonia

การพิจารณาตามอายุ
  • 0 - 3 เดือนโรคร้ายแรงที่สำคัญในวัยนี้ ได้แก่ NEC, midgut volvulus, incarcerated hernia, และ nonaccidental trauma โดยปกติในวัยนี้จะกินทุกๆ 2 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นถ้าซึม กินได้น้อย หรือร้องไห้ไม่หยุดจะเป็นสัญญาณแสดงถึง serious disease; bilious vomiting ต้องคิดถึงภาวะ surgical emergency ไว้ก่อนเสมอ; intermittent pain มักเกิดจาก intussusception, colic, AGE; ส่วน NEC และ volvulus จะมาด้วย constant pain; อาการปวดหลัง feed  อาจเกิดจาก GERD; progressive painless projectile vomiting ตามด้วยความรู้สึกต้องการกินใหม่ เป็นลักษณะของ pyloric stenosis; ประวัติไม่ถ่าย meconium ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังเกิด สงสัย Hirschprung’s disease ซึ่งอาจมีภาวะแทรกซ้อนเป็น Hirschprung’s enterocolitis ภายใน 2 ปีแรกหลังผ่าตัด มาด้วย explosive diarrhea, fever, vomiting, abdominal pain, distension
  • 3 เดือน – 3 ปี โรคร้ายแรงที่สำคัญในวัยนี้ ได้แก่ intussusception, UTI, testicular torsion, accidental และ nonaccidental trauma; constipation เป็นโรคที่พบบ่อย อาจปวดรุนแรง มักเริ่มเป็นช่วงที่หัดให้นั่งถ่าย; สังเกตภาวะ peritoneal irritation ได้ระหว่างไอ เดิน กระโดด; toddlers อาจไม่สามารถแยกระหว่างความรู้สึกปวดกับคลื่นไส้ได้
  • 3 ปี – 15 ปี มักมีลักษณะไม่ต่างจากวัยผู้ใหญ่ โดย appendicitis เป็น surgical emergency ที่พบบ่อยที่สุด; สาเหตุที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ DKA, UTI, testicular torsion, ectopic pregnancy, PID, pancreatitis, IBD, cholelithiasis, sickle cell anemia, Henoch-Schonlein purpura, renal colic, mesenteric adenitis (สัมพันธ์กับ URI)

Age
Emergent
Nonemergent
0 - 3 เดือน
  • Necrotizing enterocolitis
  • Malrotation of midgut volvulus
  • Incarcerated hernia
  • Testicular torsion
  • Nonaccidental trauma
  • Hirschprung’s enterocolitis
  • Constipation
  • AGE
  • Colic

3 เดือน – 3 ปี
  • Intussusception
  • Volvulus
  • Testicular torsion
  • Appendicitis
  • Vaso-occlusive crisis
  • UTI
  • Constipation
  • Henoch-Schonlein purpura
  • AGE

3 ปี – 15 ปี
  • Appendicitis
  • Diabetic ketoacidosis
  • Vaso-occlusive crisis
  • Ectopic pregnancy
  • Ovarian torsion
  • Testicular torsion
  • Cholecystitis
  • Pancreatitis
  • UTI
  • Tumor
  • Pneumonia
  • Streptococcal pharyngitis
  • IBD
  • Pregnancy
  • Renal stones
  • Peptic ulcer disease, gastritis
  • Ovarian cysts
  • Henoch-Schonlein purpura
  • Constipation
  • AGE
  • Nonspecific viral syndrome


Ix:
  • POCT glucose; Cr, electrolytes ในเด็กอายุ < 6 เดือน หรือ ill-appearance; UA; CBC (การดู WBC ใน undifferentiated abdominal pain มักไม่ได้ประโยชน์)
  • Ultrasound: appendicitis, pyloric stenosis, intussusception, testicular torsion, biliary และ GYN pathology
  • CT scan: appendicitis, urolithiasis, intra-abdominal abscess, รวมถึงโรคในช่องท้องส่วนใหญ่ แต่ให้คิดถึงอันตรายจาก radiation ด้วย (1 fatal cancer : 1,000 CT)


Specific conditions
  • NEC: พบในเด็กอายุ < 3 สัปดาห์ โดยเฉพาะในเด็ก preterm หรือมี comorbidity; มาด้วย ซึม กินได้น้อย ท้องโต กดเจ็บ อาเจียนเป็นน้ำดี อุณหภูมิกายไม่คงที่ มี gross หรือ occult blood ในอุจจาระ; Ix: film abdomen (AP, lateral decubitus) พบ bowel ileus/obstruction, pneumatosis intestinalis, portal vein gas; Tx: NPO, gastric decompression, IV resuscitation, IV ATB (ampicillin + [gentamicin หรือ cefoxitine] + metronidazole), consult surgeon, admit ICU
  • Volvulus: ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุ < 1 ปี มีอาการ constant pain เป็นทันทีทันใด อาเจียนเป็นน้ำดี ท้องโต กระสับกระส่าย; Ix: upper GI series with contrast พบ duodenojejunal junction อยู่ต่ำและอยู่ด้านขวาของ spine (ปกติอยู่ระดับ duodenal bulb และด้านซ้ายของ spine) อาจพบ bird’s beak หรือ corkscrew appearance ของ duodenum; Tx: immediate consult surgeon (ไม่ต้องรอ Ix), blood chemistry, coagulation studies, G/M
  • Intussusception: พบในเด็กอายุ 2 เดือน-2 ปี มาด้วย ปวดท้องเฉียบพลัน ปวดรุนแรง นอนงอขาชิดอก เป็นนาน 2-3 นาที หลังจากนั้นจะกลับมาดูปกติ มักไม่มีอาเจียนในช่วงแรก อาจมีอาเจียนใน 6-12 ชั่วโมง อาจคลำพบ sausage-shaped mass ที่ RUQ ส่วนใหญ่พบ stool occult หรือ gross blood; Ix: US (target appearance); Tx: consult surgeon, air-contrast enema (ทั้ง diagnostic และ therapeutic; ห้ามทำถ้ามี peritonitis หรือ shock); admit หรือ observe 2-3 ชั่วโมง ถ้า normal WBC และกินได้
  • Appendicitis: พบมากในผู้ชาย อายุ 9-12 ปี ปวดท้องรอบสะดือต่อมาย้ายไปที่ RLQ มักปวด < 48 ชั่วโมง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร อาจมีท้องผูกหรือท้องเสียได้ ในเด็กอายุ < 4 ปี ส่วนใหญ่จะมี perforation มาด้วยไข้ อาเจียน peritonitis หรือ sepsis ตรวจพบ tenderness ที่ RLQ หรือ McBurney’s point (2/3 ระหว่าง umbilicus กับ ASIS), peritoneal inflammation, rectal tenderness; scoring system (เช่น Alvarado) ยังไม่เหมาะในการนำมาวินิจฉัยหรือตัดสินใจรักษา (poor predictive value); Ix: WBC < 10,000 (NLR 0.26), US, abdominal CT (แนะนำในรายที่ prolonged pain, diffuse peritoneal sign); Tx: consult surgeon, IV ATB (cefoxitin, ampicillin/sulbactam; perforation ให้ piperacillin/tazobactam)   
  • HSP: พบในเด็กอายุ 2-11 ปี มี triad คือ palpable purpuric rash, acute abdominal pain, arthritis โดย rash ระยะแรกอาจเป็น MP หรือ urticarial พบที่ extensor surface ของขาและก้น อาการปวดท้องบีบทั่วๆ อาจพบ stool occult หรือ gross blood (ให้ดูว่ามีอาการของ intussusception ร่วมด้วยหรือไม่) มี migratory arthritis มักเป็นที่ knee และ ankle มี periarticular swelling; Ix: UA ถ้ามี hematuria ให้ตรวจ Cr เพิ่ม; Tx: IV hydration, NSAIDs (ถ้า normal renal function), PO corticosteroid (ถ้า severe abdominal pain, joint pain), ถ้ามี renal involvement ให้ consult pediatric nephrologist
  • Inguinal hernia: พบในเด็กอายุ < 1 ปี โดยเฉพาะ prematurity แยกจาก torsion testis; Tx: reduction โดยเร็ว นอน Trendelenburg 20o ใช้มือหนึ่งจับ hernia neck ยืดออก แล้วค่อยๆดันส่วน proximal part ของ hernia เข้าไป ถ้าดันส่วน distal part จะทำให้ hernia sac โป่งและดันไม่เข้า อาจใช้เวลาหลายนาที ถ้า manual reduction ไม่สำเร็จให้ consult surgeon; หลัง reduction ควร admit เพื่อ repair หรือ F/U ภายใน 24 ชั่วโมง
  • Inflammatory bowel disease: ส่วนใหญ่ของเด็ก < 10 ปีที่เป็น Crohn’s disease จะมี colicky abdominal pain อาจเป็นที่ RLQ คล้าย appendicitis พร้อมกับ diarrhea หรือ bloody stools; ตรวจหา signs อื่นๆ ได้แก่ anal fissure/fistulas, skin tags, arthritis, ankylosing spondylitis, erythema nodosum; Ix: abdominal CT (thickening of terminal ileum, complications), stool C/S, ova parasite, Clostridium difficile toxin; Tx: IV rehydration, consult pediatric GI
  • Renal stones: มี microscopic หรือ gross hematuria แต่พบ abdominal pain ประมาณ 50%; Ix: US, CT KUB, Cr; Tx: admit ถ้ามี UTI, abnormal renal anatomy/function, uncontrolled pain/nausea, dehydration; F/U เพื่อหา metabolic cause; ส่วนใหญ่ distal ureter stone < 3 mm จะหลุดได้เอง ถ้า > 4 mm มักต้องทำ intervention; ให้ผู้ปกครองกรองปัสสาวะเพื่อที่จะได้ stone มาตรวจ
  • Pancreatitis: พบได้น้อยมาก ดูเรื่อง pancreatitis
  • Cholecystitis: พบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่เกิด bile stone จาก hemolytic disease (sickle cell disease) และ TPN หรือเด็กที่ผ่าตัด Roux-en-Y (biliary atresia) จะเสี่ยงต่อ ascending cholangitis; พบ jaundice ได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ แม้ว่าจะไม่มี CBD obstruction ในเด็กโตจะตรวจได้เหมือนในผู้ใหญ่; Tx: biliary colic สามารถนัด F/U ได้; ถ้าเป็น acute cholecystitis หรือ cholangitis ให้ admit + IV ATB (ampicillin + gantamicin + clindamycin)
  • Pneumonia: บางรายอาจมาด้วย abdominal pain ได้
  • Streptococcus pharyngitis: อาจมาด้วย abdominal pain +/- vomiting อาจจะไม่มีอาการเจ็บคอได้ ให้ตรวจ oropharynx ในเด็ก > 3 ปีที่มีอาการปวดท้อง ถ้ามีลักษณะ pharyngitis ให้ตรวจหา Gr A Streptococcus (rapid strep test, C/S)  
  • Colic: เป็นอาการร้องไห้ไม่หยุด ในทารกที่สุขภาพดี พบระหว่างอายุ 2 สัปดาห์-4 เดือน จะงอขา ตัวแดง ตดออกปริมาณมาก; Wessel "rule of threes" ประกอบด้วย ร้องไห้ > 3 ชั่วโมงต่อวัน > 3 วันต่อสัปดาห์ > 3 สัปดาห์
  • Constipation: คือ ถ่ายแข็ง ถ่ายไม่บ่อย ปวดตอนถ่าย ในทารกอาจไม่ถ่ายได้ถึง 7 วัน ซึ่งถ้าอุจจาระไม่แข็งก็ไม่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม ท้องผูกอาจมาด้วย watery bowel movement ได้ ถ้าเป็น pencil-like stool สงสัย stricture ปกติ constipation อาจทำให้ปวดมากได้ แต่ไม่ควรมี ill หรือ toxic appearance ท้องอาจโต คลำได้ลำของอุจจาระใน ascending และ descending colons ตรวจหาความผิดปกติอื่นๆ เช่น increase sphincter tone + burst of gas เมื่อใส่นิ้วเข้าไป (สงสัย Hirschsprung’s disease), tufts of hair/dimple/lipoma ที่ anal/sacral area (spina bifida, tethered cord), anterior displaced anus (> 2/3 ของ coccyx กับ scrotal-perineal junction), anal fissure, abnormal lower limb motor tone; Tx: Infant ให้ glycerin suppository; NSS enema 120-150 mL (0-6 เดือน), 150-250 mL (6-18 เดือน), 300 mL (18 เดือน-5 ปี); หรือ Sodium phosphate enema (Fleet®): 2.25-oz (2-11 ปี), 4.5-oz (> 11 ปี); Polyethylene glycol (PEG) 1-1.5 gm/kg/d แบ่งให้ 2-4 ครั้ง x 3 วัน แล้วลดขนาดลงครึ่งหนึ่งเป็น maintenance
  • AGE: ดูเรื่อง pediatric: acute gastroenteritis
  • Nonspecific abdominal pain: ไม่ควรให้การวินิจฉัยโรคจำเพาะลงไป เช่น AGE, acute gastritis, constipation โดยไม่มีเหตุผลสนับสนุนเพียงพอ ในรายที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนควรนัด F/U เพื่อตรวจซ้ำ


Ref: Tintinalli ed8th

Fluid and electrolytes therapy in children

Fluid and electrolytes therapy in children

ซักประวัติ
  • อาการและอาการแสดงของ dehydration ซึ่งขึ้นอยู่กับ
    • ระดับของการสูญเสียน้ำ
    • ระดับของ serum Na โดยถ้าเป็น hypernatremia จะแสดงอาการของ dehydration ได้ชัดเจนกว่า hyponatremia เพราะว่ามีการ shift ของ fluid จาก interstitial เข้าสู่ vascular space (hyponatremia จะมีอาการรุนแรงกว่าทั้งๆที่อาการแสดงน้อยกว่า)
  • ประวัติ intake เช่น breastfeeding บ่อยแค่ไหน น้ำนมออกดีหรือไม่ ชนิดของสารน้ำที่ให้ทดแทน วิธีการผสมนม   และประวัติ output เช่น อาเจียน ถ่ายเหลว ปัสสาวะ ปริมาณ ความถี่ น้ำตา เหงื่อ ไข้
  • ถ้ารู้น้ำหนักที่ลดลงจะประเมิน volume status ได้ดีที่สุด  
การแบ่งระดับและอาการของ dehydration (คิดว่าถ้าระดับ serum Na ปกติ) ออกเป็น
  1. Mild (< 3% ของ BW; 5% ใน infants): อาการปกติ อาจจะหิวน้ำ ปัสสาวะอาจจะลดลง
  2. Moderate (3-9% ของ BW; 10% ใน infants): อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย ปากแห้ง มี sunken eyes/fontanel ชีพจรเร็ว ปัสสาวะออกน้อย
  3. Severe (> 9% ของ BW; 15% ใน infants): ซึม ผิวลาย ตาลึกโบ๋ กระหม่อมบุ๋ม ชีพจรเบาเร็ว หายใจเร็ว ความดันโลหิตต่ำ capillary refill > 2s
**% ของ BW = % x BW ได้หน่วยเป็น liter นำมา x1000 เป็น mL หรือก็คือ % x BW x 10 mL/kg

Ix: electrolytes (ในรายที่มีอาการของ electrolyte disturbance หรือต้องให้ IV rehydration), POCT glucose (มี altered sensorium)

การรักษาด้วยการดื่ม ORS(2% glucose + Na 50-90 mEq/L) ควรเลือกเป็นวิธีแรกใน mild-moderate dehydration 
  • ถ้า moderate จะให้ 50 mL/kg ในเวลา > 4 ชั่วโมง และ severe ให้ 100 mL/kg + 10 mL/kg ต่อการถ่ายเหลว 1 ครั้ง + 2 mL/kg ต่ออาเจียน 1 ครั้ง
  • แบ่งปริมาณที่คำนวณได้ที่จะให้ใน 4 ชั่วโมง มาแบ่งให้ทุก 5 นาที (ปริมาตรหาร 4 เป็นต่อชั่วโมงและหาร 12 อีกเป็นต่อ 5 นาที) ในรายที่มีอาการคลื่นไส้อาจให้เริ่มดื่มจากทีละน้อย 5 mL ทุก 5 นาที และค่อยๆเพิ่มขึ้น
  • การดื่มน้ำอาจจะกระตุ้นให้ถ่ายในรายที่ท้องเสีย เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ดื่มถี่มาก แต่ดื่มปริมาณต่อครั้งที่มากขึ้น
  • เมื่อแก้ deficit แล้วควรดื่มน้ำที่มี Na น้อยลงเพื่อป้องกันภาวะ hypernatremia

การรักษาด้วย IV rehydration

การคิดปริมาตรและชนิดของสารน้ำดังนี้
  • Resuscitation ในรายที่มี hypoperfusion ให้  isotonic fluid (NSS, LRS) 20 mL/kg IV ใน 20-30 นาที (ยกเว้นถ้า uncompensated shock ต้อง bolus ใน 5-10 นาที) จะลด % dehydration ลงครั้งละ 2% และให้ซ้ำเพื่อลดระดับ dehydration ลงมาที่ 8% (peripheral perfusion และ BP กลับมาปกติ
  • Current deficit คิดจาก % ของ dehydration และ Na deficit ปกติจะประมาณ 60 mEq/L และ K deficit ประมาณ 30 mEq/L เพราะฉะนั้นสารน้ำที่เหมาะสมจึงเป็น 0.45% saline (Na 77 mEq/L) แต่การให้ K replacement ควรรอให้ปัสสาวะออกดีเสียก่อน (ถ้ามีการ resuscitation มาก่อนให้หักปริมาณน้ำและ Na ออกจากที่คำนวณ)
  • Ongoing loss สามารถให้ทดแทนได้จากการวัดโดยตรง (NG, stool) หรือจากการประมาณ เช่น 10 mL/kg ต่อการถ่ายเหลว 1 ครั้ง+ 2 mL/kg ต่ออาเจียน 1 ครั้ง และปริมาณ electrolyte loss จากการประมาณ เช่น diarrhea Na 80 mEq/L, K 80 mEq/L แต่ในบางรายอาจต้องตรวจ urine electrolyte ถ้าไม่ตอบสนองต่อการรักษา
  • Maintenance fluid คิดปริมาตรน้ำจากสูตร Holliday-Segar (0-10 kg แรก x 100; 11-20 kg ต่อมา x 50; > 20 kg x 20 รวมกันได้เป็นหน่อย mL/24h) และเพิ่มจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ไข้ = 12%/degree ที่ > 37.8oC; และปริมาณ electrolyte ได้แก่ Na 30 mEq/L H2O, K 20 mEq/L H2O ถ้าเทียบเป็นสารน้ำจะเท่ากับ 5%dextose + 0.2-0.3% saline + K 20 mEq/L ซึ่งพบว่าการให้สารน้ำเช่นนี้ในเด็กป่วยสามารถทำให้เกิดภาวะ hyponatremia ได้เนื่องจาก ADH หลั่งมากขึ้นจากภาวะ stress จึงพบว่าในหลายๆสถาบันแนะนำให้ใช้ NSS (หรือ 0.45% saline) ในการ maintenance fluid ในเด็กที่ป่วยแทน (ยกเว้นในทารกอายุ < 7 วัน ต้องให้ 5%DN/2; ทารกอายุ 1 วัน ให้ 10%D/W)
วิธีการให้สารน้ำทาง IVนิยมให้ 2 แบบ
  1. แก้ deficit ครึ่งหนึ่งใน 8 ชั่วโมง (หักปริมาณน้ำและ electrolyte จากการ resuscitation ถ้ามี) และอีกครึ่งหนึ่งในอีก 16 ชั่วโมง (5%D/N/2 +/- K 20 mEq) + แก้ ongoing loss ตามปริมาณที่เสียไป (5%D/N/2) + ให้ maintenance fluid (5%D/0.2-0.3%saline หรือ 0.45% saline + K 20 mEq/L) อีกขวดแยกต่างหาก
  2. แก้ deficit ทั้งหมดใน 8 ชั่วโมง และให้ maintenance fluid ของ 24 ชั่วโมงในเวลา 16 ชั่วโมงที่เหลือ
สูตรใน moderate-severe without shock ให้ NSS 20 mL/kg IV ใน 1 ชั่วโมง แล้วต่อด้วย 5%D/NSS 1-2 x maintenance rate ใน 1 ชั่วโมง + ongoing loss (NSS หรือ 5%DNSS)



Electrolyte therapy: ดูรายละเอียดในเรื่อง fluid & electrolyte
  • Hyponatremia: ถ้า asymptomatic ให้คำนวณแก้ใน > 48 ชั่วโมง (mEq Na ที่ต้องการ = [ระดับ Na ที่ต้องการ – serum Na] x 0.6 x BW); ในรายที่มี neurologic symptoms ให้ 3%NaCl 1-2 mL/kg/h จนกระทั่งหายหรือ serum Na > 120 mEq/mL หลังจากนั้นให้เพิ่มระดับ serum Na 0.5 mEq/mL/h (< 12 mEq/mL ใน 24 ชั่วโมงและ <18 mEq/mL ใน 48 ชั่วโมง)
  • Hypernatremia: ใน hypovolemia หรือ euvolemia ให้คำนวณแก้ใน > 24 ชั่วโมง; Free water deficit (mL) = 4 mL x BW (kg) x (serum Na ที่ต้องการเปลี่ยน mEq/L) ให้แก้ครึ่งหนึ่งใน 8 ชั่วโมง อีกครึ่งหนึ่งใน 16 ชั่วโมง ช่วงแรกให้ตรวจ serum Na ทุก 1 ชั่วโมง โดยไม่ให้แก้เร็วกว่า 1 mEq/L/h และให้ < 15 mEq/L ใน 24 ชั่วโมงแรก, monitor urine output; dialysis ในรายที่ Na > 180 mmol/L
  • Hypokalemia: PO potassium 2-5 mEq/kg/d แบ่งให้ 2-3 ครั้งต่อวัน (max 40 mEq/dose) หรือ IV potassium 0.2-0.3 mEq/kg/h; ใน urgent situation สามารถให้ IV potassium 0.5 mEq/kg/h (max 20 mEq/dose) + ECG monitoring ถ้า concentration > 60 mEq/L ต้องให้ทาง central line
  • Hyperkalemia:
    • Cardiac stability: 10% calcium gluconate 100 mg/kg (1 mL/kg/dose) IV < 100 mg/min (max 3 gm/dose) ให้ซ้ำได้ทุก 5 นาที ตามความจำเป็น
    • Potassium shift: Ventolin 2.5-5 mg NB ให้ซ้ำได้ทุก 20 นาที ตามความจำเป็น, 7.5% NaHCO3 1 mEq/kg IV ให้ซ้ำได้ทุก 5-10 นาที ตามความจำเป็น (onset เป็นนาที ให้เฉพาะในรายที่มี metabolic acidosis [pH < 7.3]); RI 0.1 unit/kg + 10%D/W 5 mL/kg IV over 30 min, repeat glucose q 30 min (onset 30 นาที) ให้ซ้ำได้ทุก 30-60 นาที
    • Potassium elimination: furosemide 0.5-1 mg/kg/dose IV (max 40 mg/dose) peak effect ที่ 30 นาที (เฉพาะในรายที่ normal renal function และไม่มี hypovolumic); sodium polystyrene sulfonate 1 gm/kg (K จะลดได้ถึง 1.2 mEq/L; max 60 gm) PO/PR (onset PO 1-2 ชั่วโมง, PR < 30 นาที)
  • Hypocalcemia: 10% calcium gluconate 100 mg/kg (1 mL/kg/dose) IV < 100 mg/min + ECG monitoring
  • Hypercalcemia: IVF rehydration x 2 เท่าของ maintenance, furosemide 1-2 mg/kg IV  (max 40 mg)
  • Hypomagnesemia: 10% magnesium sulfate 25-50 mg/kg IV ใน 30 นาที ให้ซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • Hypermagnesemia: hydration, furosemide 1-2 mg/kg IV  (max 40 mg); 10% calcium gluconate 0.5 mL/kg IV; dialysis ในรายที่มี renal failure

Ref: Merck manual, Tintinalli ed8th

PHARM Podcast 180 What year is this? Intubation checklist year?

Hi folks

on todays episode I discuss a recent paper in regard to intubation checklist and its role if any in emergency department intubations. I did a public debate with Tim Leeuwenberg in 2014 at SMACCGOLD on this topic.

 Here is the full text article

A multicenter, randomized trial of a checklist for endotracheal intubation of critically ill adults

Some more reading on topic:

BET 2: SHOULD REAL RESUSCITATIONISTS USE AIRWAY CHECKLISTS?

Podcast ( available here and on iTunes)

Right Click and Choose Save-as to Download the Podcast.


Filed under: FOAMEd, Online critical airway training, prehospital and retrieval medicine podcast, Prehospital medicine Tagged: airway, airway-checklist, itunes